วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

แบบฝึกหัดบทที่ 8


แบบฝึกหัดบทที่ 8

           บทที่ 8  การใช้สารสนเทศตามกฎหมายและจริยธรรม       
รายวิชา การจัดการสาระสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน
 รหัสวิชา 0026008

กลุ่มเรียนที่ 2 

ชื่อ นางสาวรัตนาพร  รัตนวงศ์   รหัส 57010110536
คณะ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์  สาขาวิชา ภาษาจีน (Chin)



1) “นาย A ทำการเขียนโปรแกรมขึ้นมาโปรแกรมหนึ่งเพื่อทดลองโจมตีการทำงานของคอมพิวเตอร์ สามารถใช้งานได้ โดยทำการระบุ IP-Address โปรแกรมนี้สร้างขึ้นมาเพื่อทดลองในงานวิจัย นาย B ที่ เป็นเพื่อนสนิทของนาย A ได้นำโปรแกรมนี้ไปทดลองใช้แกล้งนางสาว C เมื่อนางสาว C ทราบเข้าก็เลยนำโปรแกรมนี้ไปใช้และส่งต่อให้เพื่อนๆ ที่รู้จักได้ทดลอง” การกระทำอย่างนี้ ผิดจริยธรรม หรือผิดกฎหมาย ใดๆ หรือไม่ หากไม่ผิดเพราะเหตุใด และหากผิด ผิดในแง่ไหน จงอธิบาย
     ตอบ ป็นการกระทำที่ผิดจริยธรรม คือ นาย B และนางสาว C ไม่ได้ทำการขออนุญาติ นาย A อย่างถูกกิจลักษณะ อาจทำให้นาย A เสียหายได้ และผิดกฎหมาย คือ  กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Law) สาระของกฎหมายนี้มุ่งเน้นให้การคุ้มครองสิทธิในความเป็นส่วนตัว ไม่ให้มีการนำข้อมูลของบุคคลไปใช้ในทางมิชอบ


2) “นาย J ได้ทำการสร้างโฮมเพจ เพื่อบอกว่าโลกแบนโดยมีหลักฐาน อ้างอิงจากตำราต่างๆ อีกทั้ง รูปประกอบ เป็นการทำเพื่อความสนุกสนาน ไม่ได้ใช้ในการอ้างอิงทางวิชาการใดๆ เด็กชาย K เป็นนักเรียน ในระดับประถมปลายที่ทำรายงานส่งครูเป็นการบ้านภาคฤดูร้อนโดยใช้ข้อมูลจากโฮมเพจของนาย J” การ กระทำอย่างนี้ ผิดจริยธรรม หรือผิดกฎหมายใดๆ หรือไม่ หากไม่ผิดเพราะเหตุใด และหากผิด ผิดในแง่ไหน จงอธิบาย
     ตอบ การกระทำนี้อาจกระทำขึ้นด้วยความสนุกสนาน ไม่ได้ตั้งใจทำให้เกิดความเสื่อมเสียถึงผู้ใด แต่การกระทำเช่นนี้อาจทำให้เกิดความรำคาญแก่ผู้อื่น จึงเป็นการทำผิดจริยธรรมโดยตรง ทั้งการปลอมหลักฐาน และการหลอกลวง โดยไม่มีการทำการพิสูจน์ และยืนยันจากผู้ที่มีความรู้ความสามารถและขาดความน่าเชื่อถือ อาจทำให้ตนเองหมดความน่าเชื่อถือไปด้วย 




แบบฝึกหัดบทที่ 7


แบบฝึกหัดบทที่ 7

           บทที่ 7  ความปลอดภัยของสารสนเทศ         
รายวิชา การจัดการสาระสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน
 รหัสวิชา 0026008

กลุ่มเรียนที่ 2 

ชื่อ นางสาวรัตนาพร  รัตนวงศ์   รหัส 57010110536
คณะ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์  สาขาวิชา ภาษาจีน (Chin)




1. หน้าที่ของไฟร์วอลล์ (Firewall) คืออะไร

   ตอบ ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือรักษาความปลอดภัยให้กับเครื่องข่ายภายใน (Internet) โดย              ป้องกันผู้บุกรุก (Intrusion) ที่มาจากเครือข่ายภายนอก หรือเป็นการกำหนดนโยบายการ          ควบคุมการเข้าถึงระหว่างเครือข่าย โดยสามารถกระทำได้โดยวิธีแตกต่างกันไป และแต่            ระบบ ไฟร์วอลล์ มีขีดความสามารถในการไม่อนุญาตการ Login สำหรับผู้ที่ไม่มีสิทธิ์ใน            การเข้าใช้งานในเครือข่าย แต่ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์ใช้งานทั้งภายใน และติดต่อภายนอกเครื่อข่าย          ได้โดยจำกัดข้อมูลจากภายนอกเคือข่ายไม่ให้เข้ามาในเครือข่าย นับเป็นจุดสังเกตการณ์            ตรวจจับและรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย เปรียบได้ดังยรมที่ทำหน้าที่เผ้าประตูเมือง

2. จงอธิบายคำศัพท์ต่อไปนี้ ที่เกี่ยวข้องกับไวรัสคอมพิวเตอร์ worm , virus computer, spy ware, adware มาอย่างน้อย 1 โปรแกรม

   ตอบ 1. Worm (หนอนอินเตอร์เน็ต) เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เช่นเดียวกับโปรแกรมไวรัส แต่         แพร่กระจายผ่านเครือข่ายไปยังคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครื่องอื่น ๆ ที่ต่ออยู่บนเครือข่าย           ด้วยกัน ลักษณะการแพร่กระจายคล้ายตัวหนอนที่เจาะไชไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ             แพร่พันธุ์ด้วยการคัดลอกตัวเองออกเป็นหลาย ๆ โปรแกรม และส่งต่อผ่านเครือข่ายออกไป         และสามารถแพร่กระจายผ่านทางอีเมล์ได้ ไม่ว่าจะเป็น Outlook Express หรือ Microsoft         Outlook เช่น เมื่อมีผู้ส่งอีเมล์และแนบโปรแกรมติดมาด้วย ในส่วนของ Attach file ผู้ใช้         สามารถคลิ๊กดูได้ทันที การคลิ๊กเท่ากับเป็นการเรียกโปรแกรมที่ส่งมาให้ทำงาน ถ้าสิ่งที่คลิ๊ก         เป็นเวิร์ม เวิร์มก็จะแอกทีฟ และเริ่มทำงานทันที โดยจะคัดลอกตัวเองและส่งจดหมายเป็น           อีเมล์ไปให้ผู้อื่นอีก ลักษณะของเวิร์มจึงไม่ใช่โปรแกรม ที่เขียนเป็น .exe อย่างเดียว เพราะ         ถ้า .exe อย่างเดียว ผู้ใช้จะเฉลียวใจ และเนื่องจากในโปรแกรมประยุกต์ของไมโครซอฟต์         เกือบทุกโปรแกรมสามารถเขียนเป็น สคริปต์ไฟล์ หรือเป็นแมโครโฟล์ เพื่อให้รันสคริปต์หรือ         แมโครไฟล์ได้ เช่นในเวิร์ดก็จะมีการเขียนแมคโคร ในเอ็กซ์เซลก็เขียนได้เช่นกัน บน               แพลตฟอร์มของวินโดว์จึงมีโอกาสที่จะเรียกไฟล์ขึ้นมารันได้หลายวิธี ข้อมูลที่ส่งมาถ้ามี             แมคโครติดอยู่ ก็สามารถมีเวิร์มติดมาได้

        2.virus computer (ไวรัส คอมพิวเตอร์) คือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาขึ้นมา เพื่อ         ก่อกวนทำลายระบบคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลชุดคำสั่ง หรืออุปกรณ์ต่างๆ เช่น แผ่น           ดิสก์ ฮาร์ดดิสก์ หน่วยความจำคอมพิวเตอร์ และเป็นโปรแกรมที่สามารถกระจายจาก               คอมพิวเตอร์ตัวหนึ่ง ไปยังคอมพิวเตอร์อีกตัวหนึ่งได้โดยผ่านระบบสื่อสารคอมพิวเตอร์ เช่น         โดยผ่านทาง แผ่นบันทึกข้อมูล (Diskette) หรือระบบเครือข่ายข้อมูล  ประเภทของไวรัส         คอมพิวเตอร์ (แบ่งตามวิธีการติดต่อ)มีดังนี้
        - boot sector viruses จะ copy ตัวมันเองลงบน แผ่น diskette และลงบน boot           sector ของ hard disk (boot sector คือตำแหน่งที่เก็บคำสั่งที่จำเป็นต้องใช้เวลาเปิด         เครื่องคอมพิวเตอร์) เมื่อเราเปิด หรือreboot เครื่องคอมพิวเตอร์ boot sector viruses         ติดต่อได้เพียงจากแผ่น diskette เท่านั้น แต่จะไม่ติดต่อเวลาใช้ไฟล์หรือโปรแกรมร่วมกัน         ทุกวันนี้ boot sector viruses ไม่แพร่หลายเหมือนแต่ก่อน เพราะส่วนมากเดี๋ยวนี้เราจะ           boot เครื่อง คอมพิวเตอร์จาก hard disk เป็นส่วนใหญ่
        - program viruses จะติดต่อกับ executable files ซึ่งได้แก่ไฟล์ที่ลงท้ายด้วย .COM           หรือ .EXE และยังสามารถติดต่อไปยังไฟล์อื่นๆซึ่งโปรแกรมที่ลง ท้ายด้วย .COM หรือ .EXE         เรียกใช้ ไฟล์เหล่านี้ได้แก่ ไฟล์ที่ลงท้ายด้วย .SYS, .DLL, .BIN เป็นต้น
        -macro viruses จะติดต่อกับไฟล์ซึ่งใช้เป็น ต้นแบบ (template) ในการสร้างเอกสาร           (documents หรือ spreadsheet) หลังจากที่ต้นแบบในการใช้สร้างเอกสารติดไวรัสแล้ว           ทุกๆ เอกสารที่เปิดขึ้นใช้ด้วยต้นแบบอันนั้นจะเกิดความเสียหายขึ้น

        3. Spyware คือ โปรแกรมที่แฝงเข้ามาในคอมพิวเตอร์ขณะที่คุณท่องอินเตอร์เน็ต ถูกเขียน         ขึ้นมาสอดส่อง การใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ และจะทำการเก็บพฤติกรรมการใช้           งานอินเตอร์เน็ตของเรา รวมถึงข้อมูลส่วนตัวหลาย ๆ อย่างได้แก่ ชื่อ - นามสกุล , ที่อยู่         ,Email Address และอื่น ๆ ซึ่งอาจจะรวมถึงสิ่งสำคัญต่าง ๆ เช่น Password หรือ               หมายเลข บัตรเครดิตของเราด้วย นอกจากนี้อาจจะมีการสำรวจโปรแกรม และไฟล์ต่าง ๆ           ในเครื่องเราด้วย  และ Spyware นี้จะทำการส่งข้อมูลดังกล่าวไปในเครื่องปลายทางที่             โปรแกรมได้ระบุเอาไว้ ดังนั้นข้อมูลต่าง ๆ ในเครื่องของคุณอาจไม่เป็นความลับอีกต่อไป           spyware อาจเข้ามาเพื่อโฆษณาสินค้าต่าง ๆ บางตัวก็สร้างความรำคาญเพราะจะเปิด
        หน้าต่างโฆษณาบ่อย ๆ แต่บางตัวร้ายกว่านั้น คือ ทำให้ไม่สามารถใช้อินเตอร์เน็ตไม่ได้เลย

       4. Adware คือ  software ที่แสดงโฆษณาหรือ download โฆษณาแบบอัตโนมัติหลังจาก        ที่ computer ได้ทำการInstall program บนระบบปฏิบัติการบางชนิดของ adware นั้นยัง        เป็น spyware ด้วยโดยการเก็บข้อมูลของผู้ใช้งานเอาไว้และจะทำการส่งโฆษณาที่ตรงกับ          ความต้องการของผู้ใช้งานมาให้Adware เป็น software ที่ได้รับการผสมมากับ                  ตัวsoftwareหลักมันเป็นปรกติที่ programmer จะหาทางที่จะได้ผลประโยชน์จากการที่พัฒนา        โปรแกรมขึ้นมา โปรแกรมพวกนี้มักจะมาในรูปแบบของโปรแกรม free หรือโปรแกรมประเภท        Shareware โปรแกรมประเภทนี้มักจะมีข้อตกลงอยู่ในโปรแกรมว่าถ้าคุณใช้ software ของ          เรา free ทางเราจะขอทำการส่งโฆษณามาที่เครื่องของคุณเรื่อยจนกว่าทางท่านจะได้จ่าย          เงิน ให้กับทางเราประมาณนี้ ซึ่งเราสามารถซื้อโปรแกรมนั้นมาได้ด้วยการคลิกที่                  "registered" หรือ "licensed" แล้วรับรหัสปลด lock มา (serials) เช่น Sweet IM
       123 Messenger,180 Solutions,180SearchAssistant,Zango เป็นต้น

3. ไวรัสคอมพิวเตอร์แบ่งออกเป็นกี่ชนิด อะไรบ้าง
     
     ตอบ ไวรัสคอมพิวเตอร์มี 2 ชนิด ได้เเก่
      1. Application viruses จะมีผลหรือมีการเเพร่กระจายไปยังโปรเเกรมประยุกต์ต่าง เช่น โปรเเกรมประมวลผลคำ word processeng หรือโปรเเกรมตารางคำนวณเป็นตน
      2. System viruses ไวรัสชนิดนี้จะติดหรือเเพร่กระจายในโปรเเกรมจำพวกระบบปฏิบัติการ Operating systems หรือโปรเเกรมระบบอื่นๆ โดยไวรัสชนิดนี้มักจะเเพร่เชื้อในขณะที่เปิดเครื่องคอมพวิเตอร์

4. ให้นิสิตอธิบายแนวทางในการป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์มาอย่างน้อย 5 ข้อ
     
    ตอบ 1. ต้องมีการเปลี่ยนรหัสผ่านบ่อยๆ อย่างน้อยปีล่ะ 1 ครั้ง
       2. มีการกำหนดสิทธิการเข้าใช้ระบบในส่วนที่จำเป็นเท่านั้น
       3. มีการเข้ารหัสข้อมูลในคอมพิวเตอร์
       4. มีระเบียบปฏิบัติในการควบคุมอย่างชัดเเจ้งในการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
       5. ให้ความรู้อย่าสม่ำเสมอในเรื่องการรักษาความปลอดภัย การเตรียมตัวและการป้องกันการ         บุกรุกของเเฮกเกอร์ เเครกเกอร์ รวมถึงขั้นตอนการดูแลรักษาระบบคอมพิวเตอร์เมื่อถูกบุกรุก

5. มาตรการด้านจริยธรรมคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตที่เหมาะสมกับสังคมปัจจุบัน ได้แก่

    ตอบ ปัจจุบันได้มีความพยายามที่จะเเก้ไขปราบปรามการเผยเเพร่อย่างต่อเนื่อง โดยมีประเด็นดังนี้ ผู้ใดประสงค์เเจกจ่ายเเสดง อวดทำ ผลิตแก่ประชาชนหรือทำให้เผยเเพร่ซึ่งเอกสาร ภาพระบายสีสิ่งพิมพ์ เเถบบันทึกเสียง บันทึกภาพหรือเกี่ยวเนื่องกับสิ่งพิมพ์ดังกล่าว มีโทษจำคุก ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับโดยจะบังคับใช้กับผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ต เซิร์ฟเวอร์ รวามถึงสื่อทุกประเภทอย่างจริงจังและมีการมีการจัดทำโครงการจากกระทรวง ไอซีที ด้วยตระหนักในการทวีความรุนเเรงของปํญหา จึงจัดทำโครงการ ไอซีทีไซเบอร์เเคร์ (ICT Cyber Care)โดยต่อยอดจากไอซีทีไซเบอร์คลีน(ICT Cyber Clean)เเบ่งเป็ฯ 2 ส่วนคือ

  1)  ICT Gate Keeper เฝ้าระวังพิษภัยอินเทอร์เน็ตบนเครื่อข่ายและวงจรเชื่อมต่อระหว่างประเทศ (Geteway) พัฒนาซอฟต์เเวร์นี้โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กระทรวงไอซีที ได้มอบหมายให้บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ดำเนินการเพิ่อเฝ้าระวังปิดกั้นข้อมูลไม่เหมาะสมตั้งแต่ต้นทาง

  2) House Keeper ซึ่งจัดทำเป็นเเผ่นซีดีรอม และเเจกฟรีให้กับผู้ปกครองหรือดาวน์โหลดได้ฟรีจากเว็บไซต์ของกระทรวงโปรเเกรมนี้จะมี 3 ส่วน

  • ส่วนเเรก คิดดี้เเค์ปิดกั้นเว็บไซต์อนาจารและเว็บที่ไม่เหมาะสมที่กระทรวงไอซีที มีข้อมูลคาดว่าจะช่วยป้องกันได้ใน ระดับหนึ่ง
  • ต่อมาเป็นส่วนพิเพิลคลีน ติดไอคอนไว้ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ผู้ใช้จะคลิกเข้าไปเมื่อพบภาพลามกอนาจาร ประชาชนจึงสามารถเข้ามีบทบาทช่วยเฝ้าระวังภัยได้เช่นกัน
  • ส่วนสุดท้าย สมาร์ทเกมเมอร์ (Smart Gamer) เเก้ปัญหาการติดเกมส์ และควบคุมการเล่นเกมส์ของเด็กๆ ผู้ปกครองจะเป็นผู้กำหนดระยะเวลาของการเล่นเกมส์และช่วยดูแลเรื่องความรุนเเรงของเกมส์แต่ละส่วนควรต้องมีการปรับปรุงให้ทันสมัยตลอดเวลา

    โปรเเกรมนี้จะพอช่วยบรรเทาปัญหาและเสริมสร้างความปลอดภัยในการใช้งานบนอินเตอร์เน็ตจากผองภัย เช่น กลุ่มเว็บโป๊ ลามกอนาจาร กลุ่มเว็บกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ กลุามเว็บสอนใช้ความรุนเเรง ทารุน สอนเพศศึกศาเเบบผิดๆ ใช้ภาษาหยาบคาย สอนขโมยข้อมูลคอมพิวเตอร์เป็นต้น


แบบฝึกหัดบทที่ 6


แบบฝึกหัดบทที่ 6

           บทที่ 6    การประยุกต์ใช้สารสนเทศในชีวิตประจำวัน       
รายวิชา การจัดการสาระสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน
 รหัสวิชา 0026008

กลุ่มเรียนที่ 2 

ชื่อ นางสาวรัตนาพร  รัตนวงศ์   รหัส 57010110536
คณะ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์  สาขาวิชา ภาษาจีน (Chin)



คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว

1. การประยุกต์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ เป็นความหมายของข้อใด?
    1. เทคโนโลยีสารสนเทศ
    2. เทศโนโลยี
    3. สารสนเทศ
    4. พัฒนาการ

2. เทคโนโลยีสารสนเทศใดก่อให้เกิดผลด้านการเสริมสร้างความเท่าเทียมกันในสังคม?
   1. ควบคุมเครื่องปรับอากาศ
   2. ระบบการเรียนการสอนทางไกล
   3. การสร้างสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
   4. การพยากรณ์อากาศ

3. การฝากถอนเงินผ่านเอทีเอ็ม (ATM) เป็นลักษณะเด่นของเทคโนโลยีสารสนเทศข้อใด?
   1. ระบบอัตโนมัติ
   2. เปลี่ยนรูปแบบการบริการเป็นแบบกระจาย
   3. เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำเนินการในหน่วยงานต่างๆ
   4. เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

4. ข้อใดคือการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ?
   1. ระบบการโอนถ่ายเงินทางอิเล็กทรอนิกส์
   2. บัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต
   3. การติดต่อข้อมูลทางเครือข่าย
   4. ถูกทุกข้อ

5. เทคโนโลยีสารสนเทศหมายถึงข้อใด?
   1. การประยุกต์เอาความรู้มาทำให้เกิดประโยชน์ต่อมวลมนุษย์
   2. ข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี
   3. การนำเทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์มาสร้างข้อมูลเพิ่มให้กับสารสนเทศ
   4. การนำเอาคอมพิวเตอร์มาใช้ในการจัดเก็บข้อมูล

6. เครื่องมือที่สำคัญในการในการจัดการสารสนเทศในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไร?
   1. เทคโนโลยีการสื่อสาร
   2. สารสนเทศ
   3. คอมพิวเตอร์
   4. ถูกทุกข้อ

7. ข้อใดไม่ใช่บทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศ?
   1. เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
   2. เทคโนโลยีสารสนเทศสามารถสั่งซื้อสินค้าจากที่บ้าน หรือสอบถามผลสอบได้
   3. เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้บุคคลทุกระดับติดต่อกันได้อย่างรวดเร็ว
   4. เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้มีการสร้างที่พักอาศัยที่มีคุณภาพ

8. ข้อใดไม่ใช่อุปกรณ์ที่ช่วยงานด้านสารสนเทศ?
   1. เครื่องถ่ายเอกสาร
   2. เครื่องโทรสาร
   3. เครื่องมินิคอมพิวเตอร์
   4. โทรทัศน์ วิทยุ

9. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ เทคโนโลยีสารสนเทศ?
   1. เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินงานธุรกิจ
   2. พัฒนาอย่างรวดเร็วทั้งทางด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ข้อมูล และการสื่อสาร
   3. ไม่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
   4. จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น

10. ข้อใดคือประโยชน์ที่ได้จากการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้กับการเรียน?
   1. ตรวจสอบผลการลงทะเบียน ผลการสอบได้
   2. สามารถสืบค้นข้อมูลได้จากแหล่งข้อมูลที่มีอยู่ทั่วโลกได้
   3. ติดต่อสื่อสารกับเพื่อน ครู อาจารย์ หรือส่งงานได้ทุกที่
   4. ถูกทุกข้อ


แบบฝึกหัดบทที่ 5


แบบฝึกหัดบทที่ 5

           บทที่ 5  การจัดการสารสนเทศ           
รายวิชา การจัดการสาระสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน
 รหัสวิชา 0026008

กลุ่มเรียนที่ 2 

ชื่อ นางสาวรัตนาพร  รัตนวงศ์   รหัส 57010110536
คณะ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์  สาขาวิชา ภาษาจีน (Chin)



คำชี้แจง  จงตอบคำถามต่อไปนี้

1. จงอธิบายความหมายของการจัดการสารสนเทศ
   ตอบ การผลิต จัดเก็บ ประมวลผล ค้นหา และเผยแพร่ สารสนเทศโดยจัดให้มีรบบสารสนเทศ            การกระจายของสารสนเทศ ทั้งภายในและภายนอกองค์การ


2. การจัดการสารสนเทศมีความสําคัญต่อบุคคลและต่อองค์การอย่างไร
   ตอบ มีความสำคัญต่อบุคคลและองค์กรในด้านการดำรงชีวิตประจำวัน ด้านการศึกษา และ การ
        ทำงานประกอบอาชีพต่างๆ

3. พัฒนาการของการจัดการสารสนเทศแบ่งออกเป็นกี่ยุค อะไรบ้าง
   ตอบ แบ่งเป็น 4 ยุค
        ยุคที่ 1 การประมวนข้องมูล
        ยุคที่ 2 ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร
        ยุคที่ 3 การจัดการทรัพยากรสารสนเทศ
        ยุคที่ 4 ยุคปัจจุบันหรือยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ

4. จงยกตัวอย่างการจัดการสารสนเทศที่นิสิตใช้ในชีวิตประจำวันมา อย่างน้อย 3 ตัวอย่าง
   ตอบ ระบบประมวลผลรายการ
        ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
        ระบบสารสนเทศเพื่อการศึกษา




บทความที่ 4


กลุ่มเรียนที่ 2 

วิชา การจัดการสาระสนเทศในชีวิตประจำวัน รหัสวิชา 0026008

ชื่อ นางสาวรัตนาพร  รัตนวงศ์ รหัส 57010110536


หนาวนี้ ... ที่เชียงคาน 




       เชียงคาน เมืองเล็กๆ ริมแม่น้ำโขงสุดชายแดนไทย เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดเลย ที่คงยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ขนบประเพณี การใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย พอเพียง วิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ซึ่งหาดูยากในปัจจุบัน เมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบ แห่งนี้ กำลังเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก  ภาพบ้านเก่าๆที่เรียงรายติดกันอยู่ริมถนนชายโขง ดึงดูดใจ ให้นักท่องเที่ยวหลายต่อหลายรุ่นต่างหลั่งไหลเดินทางกันมาที่นี่ บ้านเรือนที่เมืองเชียงคานจะแบ่งออกเป็นซอย เล็กๆ เรียกว่า ถนนศรีเชียงคาน ขนานคู่กันไปไปกับถนนใหญ่ซึ่งเป็นถนนสายหลัก เริ่มตั้งแต่ถนนศรีเชียงคาน ซอยที่ 1- 24  แบ่งเป็นถนนศรีเชียงคานฝั่งบนกับฝั่งล่างซึ่งชื่อซอยเหมือนกัน




ถนนศรีเชียงคานฝั่งล่าง คือ ถนนเส้นที่เต็มไปด้วยบ้านไม้เก่าแก่ ที่พัก โฮมสเตย์ ร้านอาหาร และร้านค้าเก๋ มากมายซึ่งถนนในเส้นนี้จะเรียกว่า "ถนนชายโขง" ซึ่ง ระยะทางกว่า  2 กิโลเมตร  เป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยว นิยมมาปั่นจักรยานชมบรรยากาศถ่ายรูปเล่น ชมบ้านไม้สมัยเก่า แต่ก็มีบางส่วนเป็นตึกแถวสร้างใหม่ ซึ่งทาง เทศบาลไม่อนุญาตให้ปลูกสร้าง เพราะต้องการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมบริเวณถนนสายนี้ให้เป็นบ้านไม้ทั้งหมดเป็น การรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวเชียงคาน แต่ถึงแม้บ้านไม้เก่าๆ  ถึงแม้ถูกดัดแปลงให้เป็นร้านขายของ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ บ้านพักโฮมสเตย์ไปแล้วส่วนหนึ่ง แต่ถึงอย่างไรความ สงบเรียบง่ายของวิถีชีวิต รอยยิ้มที่ แสนจะจริง ของผู้คนในเมืองนี้ ยังคงเป็นเสน่ห์ที่ทำให้เมืองเชียงคานแตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ




      ดังนั้นเมื่อเดินทางเข้าไปในย่านนี้จึงเป็นเสน่ห์ของเชียงคานที่ให้บรรยากาศแบบสมัยก่อน นักท่องเที่ยวที่ขี่ จักรยานเลียบริมโขง ก็ได้ยินเสียงเพลงลาวดังมาแว่วๆ เป็นความสุข สงบ ชนิดหาที่ไหนได้ยากมาก หลายคนมอง ว่าซักวันหนึ่งเชียงคานจะเหมือนกับปาย แต่ถึงกระนั้น มีสิ่งหนึ่งที่ยังคงเป็นเสน่ห์ของเมืองเชียงคานที่ไม่เหมือน กับที่ไหน นั่นคือ รอยยิ้ม และความจริงใจของเจ้าของบ้าน มาอยู่ที่นี่ไม่มีเหงา เหมือนรู้สึกว่าเราเป็นลูกเป็นหลาน ของผู้คนที่นี่ มาที่นี่ทุกคนจะได้รุ้จักกับคำว่า สุข สงบ และมิตรภาพ อย่างแท้จริง โดยที่ไม่ต้องมีการเสริมแต่ง


การตักบาตรข้าวเหนียวยามเช้า





    ตักบาตรข้าวเหนียวในยามเช้า 

วัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวเชียงคานก็คือ ชาวบ้านเกือบทุกหลังจะลุกขึ้นมาตักบาตรข้าวเหนียวแต่เช้าตรู่ ถือเป็น ประเพณีที่มีมานานแล้ว  ซึ่งจะปฎิบัติกันแทบทุกบ้าน ตอนเช้าๆ เราจะเห็นผู้เฒ่า ผู้แก่ จะอาบน้ำแต่งตัวตั้งแถว เรียงกันยาวไปตามริมถนน เพื่อมารอพระบิณฑบาตรแต่เช้า ด้วยความศรัทธา วิธีการตักบาตร คือ หยิบข้าวเหนียว จากกระติ๊บมาหยิบกำมือ  เหมือนกับเราตักข้าวสวย แล้วตักใส่บาตรพระ จนครบทุกองค์ ซึ่งหากเรามาพักที่ โฮมสเตย์ใน แต่ละที่ก็จะมีการเตรียมข้าวเหนียวไว้ให้เราสำหรับตักบาตรด้วยเช่นกัน


ชิมอาหารพื้นเมือง 




ข้าวเปียกเส้น 

     เมนูเด่นมือเช้าของเมืองเชียงคานที่ไม่ควรพลาด ข้าวเปียกเส้น รสชาติเส้นจะนุ่มและเหนียวนิด น้ำซุปอร่อยเข้มข้น ที่นี่มีเมนูให้เบือกรับประทานหลายอย่าง  ทั้งโจ๊ก เก่เหลาเลือดหมู ราคา 20-30 บาท



ไข่กระทะ 

  เป็นอาหารที่นิยมรับประทานในตอนเช้าพร้อมกาแฟร้อนๆ ทานกันแถวภาคอีสาน ซึ่งได้รับวัฒนธรรมการกินมาจากเวียดนาม  ทำง่ายๆมีคุณค่าอาหาร




ปาท่องโก๋ยัดไส้ 

    ปาท่องโก๋ยัดไส้ ที่เดียวในเชียงคาน ที่เดียวในโลก ตั้งอยู่ในอำเภอเล็กๆที่มีเสน่ห์มากทางการท่องเที่ยวคือ เชียงคาน อยู่ที่ตลาดสดเชียงคานซึ่งเป็นตลาดเช้า มีการันตีความอร่อยด้วยรายการโทรทัศน์หลายๆช่องมาสกู๊ปแนะนำ มาถึงเชียงคานจึงต้องมากิน มีไส้ให้เลือกกันหลายไส้ ได้แก่ ไส้หมูสับ หมูแดง หมูสับผักรวม และหมูหยอง ปาท่องโก๋ยัดไส้เป็นสูตรลุงมุข ใครสนใจไปกิน ที่ร้านมีโต๊ะให้นั่งกินครับ มีน้ำเต้าหู้จำหน่าย ปาท่องโก๋ชิ้นล่ะ 30 บาท เปิดขายมานานกว่า20ปีแล้ว 


       สำหรับหน้าหนาวนี้ใครมีแผนที่จะไปเที่ยวแนะนำไปเชียงคานนะคะ เงียบ สงบ สัมผัสธรรมชาติที่แท้จริง หลีกหนีความวุ่นวาย ให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่และมีความสุขค่ะ 








บทความที่ 3


กลุ่มเรียนที่ 2 

วิชา การจัดการสาระสนเทศในชีวิตประจำวัน รหัสวิชา 0026008

ชื่อ นางสาวรัตนาพร  รัตนวงศ์ รหัส 57010110536


พักผ่อนหย่อนใจ ... ทะเลสวยใสบนเกาะล้าน



เกาะล้าน เป็นเกาะในอ่าวไทย อยู่ในเขตเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ตั้งอยู่ในแนบขนานกับหาดพัทยา ห่างจากชายฝั่งเมืองพัทยาเพียง 7 กิโลเมตร เป็นชายหาดที่นักท่องเที่ยว ชอบมาเล่นกีฬาทางน้ำ เช่น เรือลาก เรือสกี ดำน้ำดูปะการัง

ภูมิประเทศเกาะล้าน

    พื้นที่มีลักษณะเป็นรูปห้าเหลี่ยมด้านไม่เท่า มีพื้นที่ประมาณสามพันห้าร้อยไร่ สามารถที่จะวัดความยาวของเกาะล้าน จากทิศเหนือจนถึงทิศใต้ ได้ความยาวประมาณ 4.65 กม. ในส่วนของความกว้างของเกาะล้านส่วนที่มีความกว้างมากที่สุดสามารถวัดได้ประมาณ 2.15 กม.




สถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะล้าน


  • หาดตาแหวน  อยู่ทางตอนเหนือของเกาะ เป็นหาดทรายยาวประมาณ 750 เมตร มีความงามทางธรรมชาติมาก เพราะมีหาดทรายที่ขาวสะอาดและน้ำทะเลใสสีคราม ปลายหาดทั้งสองด้านยังมีแนวปะการังในระดับน้ำตื้นที่มีสีสันสวยงาม อีกทั้งมีร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกตั้งเรียงรายตลอดแนวชายหาด 



  •  หาดสังวาลย์  เป็นหาดอีกหาดหนึ่งที่อยู่ติดกับหาดตาแหวนมีความยาว 150 เมตร มีความสงบ จึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวยุโรปที่ชอบนอนอาบแดด หาดสังวาลย์จะสวยงามมากที่สุดในช่วงเดือนธันวาคม - เมษายน 



  •  หาดทองหลาง  เป็นชายหาดขนาดเล็กที่เงียบสงบเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนแบบส่วนตัว กิจกรรมหลักของหาดทองหลางคือการดำน้ำดูปะการัง บริเวณปลายหาดที่เชื่อมต่อกับหาดตาแหวน ทั้ง 2 ด้านนี้ยังมีแนวปะการังน้ำตื้นที่สวยงามและมีบริการเดินชมปะการังใต้น้ำแบบ Sea Walker ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาใช้บริการ ส่วนนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบปะการังแต่ไม่ชอบการดำน้ำที่หาดนี้ยังมีบริการเรือท้องกระจก ให้สามารถลงไปชมปะการังได้อย่างใกล้ชิด 



  •  หาดแสม  อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะ เป็นหาดทรายยาวประมาณ 700 เมตร มีโขดหินและพื้นป่าที่ค่อนข้างสมบูรณ์มีความสวยงาม เงียบสงบ เหมาะสำหรับการพักผ่อนและการเล่นน้ำ มีน้ำทะเลสีครามและหาดทรายที่ขาวสะอาด ปัจจุบันมีการปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรวมทั้งปลูกต้นไม้ สร้างลานอเนกประสงค์ อาคารร้านค้าร้านขายอาหารที่ได้มาตรฐาน รวมถึงเส้นทางสัญจรที่สามารถเดินทางไปมาได้อย่างสะดวกจึงเป็นชายหาดอีกแห่งหนึ่งที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักผ่อนเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะชาวต่างชาติแถบยุโรป อีกทั้งยังเป็นสถานที่ตั้งของอาคารปลากระเบนสำหรับควบคุมการผลิตไฟฟ้าด้วยกังหันลมและโซล่าเซลล์ ทำให้มีหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชนและประชาชนทั่วไปให้ความสนใจเข้ามาศึกษาดูงานการใช้พลังงานทดแทนในสถานที่ดังกล่าวอยู่เป็นประจำ



  •  หาดเทียน  เป็นหาดที่สวยงามแห่งที่สองมีความยาวของหาดประมาณ 500 เมตร อยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะ หาดทรายแห่งนี้มีความสวยงามไม่แพ้หาดตาแหวนแต่มีขนาดเล็กและเงียบสงบจึงเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความเป็นส่วนตัว 



  •  หาดนวล  อยู่ทางตอนใต้ของเกาะล้าน เป็นหาดขนาดเล็กยาวประมาณ 250 เมตร เป็นพื้นที่ที่มีกรรมสิทธิ์เป็นของเอกชน สภาพสิ่งแวดล้อมชายหาดเป็นปะการังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ เนื่องจากไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวมากนัก 



  •  จุดชมวิวเขานม  เป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดของเกาะล้านตั้งอยู่บริเวณเขานมใกล้ ๆ กับหาดแสมที่นักท่องเที่ยวสามารถเดิน หรือใช้บริการรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างขึ้นไปชมความสวยงามของท้องทะเลสีครามกับตัวเมืองพัทยา ที่ธรรมชาติช่างสร้างสรรค์ได้งดงามกลมกลืนดุจภาพวาด ที่ทุกคนต้องประทับใจ และบริเวณนี้ยังเป็นสถานที่สำหรับนักปั่นจักรยานเสือภูเขาที่ชื่นชอบธรรมชาติ



     นอกจากนี้ บริเวณรอบๆ เกาะล้านยังมีเกาะเล็กๆ ที่น่าเที่ยวไม่แพ้กัน  นั่นก็คือ เกาะครก และ เกาะสาก ซึ่งเป็นแหล่งตกปลา ดำน้ำดูปะการัง (ทั้งแบบน้ำลึกและน้ำตื้น) ที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปเที่ยวอีกด้วย




การเดินทางไปท่าเรือ (ไปเกาะล้าน)


  • โดยรถยนต์ส่วนตัว  จากเมืองพัทยาให้วิ่งรถตามถนนสุขุมวิทผ่านพัทยาเหนือ-พัทยากลาง-พัทยาใต้ มาเรื่อยจนมาเจอแยกเข้า "พัทยาใต้" ก็เลี้ยวตามป้ายเข้ามา  แยกนี้จะสังเกตไม่ยากเพราะจะมีป้ายบิ๊กซีที่เห็นแต่ไกล เลี้ยวเข้าถนนพัทยาใต้มาแล้วก็ตรงตามทางมาเรื่อย จนมาเจอกับแยกไฟแดงแรกก็ให้เลี้ยวซ้ายวิ่งมาเรื่อย  พอเห็นสะพานทางยกระดับก็วิ่งขึ้นสะพานมาเลย ลงสะพานมาอีกนิดก็จะมาเจอท่าเรือเลี้ยวขวาหาที่จอดรถ ที่จอดรถมี 2 จุด คือ 

- ที่ท่าเรือมีลานจอดรถอยู่ จอดฟรี แต่ก็จอดรถกันได้ไม่เยอะนัก แถมยังออกแบบสำหรับเป็นที่จอดรถบัส
- ฝั่งตรงข้ามกับท่าเรือมีที่รับฝากรถอยู่  ให้มองหาตึกสีฟ้า แล้ววิ่งรถเข้ามาที่ข้างตึกได้เลยคิดค่าบริการวันละ 40 บาท  ถ้าจอดค้างคืนไว้ก็ 80 บาท


  • โดยรถโดยสารประจำทาง  จากกรุงเทพฯ ขึ้นรถบัสได้ที่สถานีขนส่งเอกมัยช่องขายตั๋วของ บ.รถรุ่งเรือง จะอยู่ข้างๆ ประตู สังเกตว่าเป็นช่องหมายเลข 48 , สถานีขนส่งหมอชิต 2 ให้ใช้ทางเข้าที่ชั้นล่าง ตรงประตูที่ 3

เมื่อถึงท่ารถจะมีรถสองแถวจอดเข้าคิวรอให้บริการอยู่ บอกเขาว่าไปท่าเรือบาลีฮาย หรือบอกไปท่าเกาะล้านก็ได้ ค่ารถโดยสารประมาณ 30 บาท
ข้อมูลเรื่องรถเพิ่มเติม โทรสอบถามจาก บ.รถรุ่งเรือง เอกมัย โทร. 0 2712 3928 , หมอชิต2 โทร. 0 2936 3509  , พัทยา โทร. 038 429 877


  • โดยรถตู้  ขึ้นที่หน้าโรงหนังเซ็นจูรี่ อนุสาวรีย์ชัย ฯ ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมงรถจะมาส่งที่ท่าเรือแหลมบาลีฮาย ค่ารถตู้คนละ 150 บาท มีรถออกกันทุกชั่วโมง ตั้งแต่ 6.00 - 20.00 น. สอบถามโทร 086 374 5695 , 086 703 6779    



จากท่าเรือแหลมบาลีฮายไปเกาะล้าน

     ท่าเรือแหลมบาลีฮาย มี เรือเมล์ ให้บริการ ค่าเรือคนละ 20 บาท ใช้เวลาเดินทาง 45 นาที

ตารางเวลาเดินเรือจากแหลมบาลีฮาย พัทยา- เกาะล้าน ท่าเรือหน้าบ้าน
เที่ยวไป  7.00 น. , 10.00 น. , 12.00 น. , 14.00 น. , 15.30 น. , 17.00 น. , 18.30 น.
เที่ยวกลับ 6.30 น. , 7.30 น. , 9.30 น. , 12.00 น. , 14.00 น. , 17.00 น. , 18.00 น.

ตารางเวลาเดินเรือจากแหลมบาลีฮาย พัทยา - เกาะล้าน ท่าเรือหาดตาแหวน
เที่ยวไป 8.00 น. , 9.00 น. , 11.00 น. , 13.00 น.
เที่ยวกลับ 13.00 น. , 14.00 น. , 15.00 น. , 16.00 น.

จากท่าเรือพัทยา ไปเกาะล้าน 
เรือเร็ว (สปีดโบ๊ท) จอดรอให้บริการทั่วไป บริเวณหาดพัทยาใช้เวลาเพียงประมาณ 15 - 20 นาที แต่ค่าโดยสารแบบเหมาลำ ประมาณลำละ 1,500 - 2,000 บาท ขึ้นไป  นั่งโดยสารได้ประมาณ 12 - 15 คน









วันเสาร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2557

บทความที่ 2

กลุ่มเรียนที่ 2 

วิชา การจัดการสาระสนเทศในชีวิตประจำวัน รหัสวิชา 0026008

ชื่อ นางสาวรัตนาพร  รัตนวงศ์ รหัส 57010110536


การกินเจ 

              เทศกาลถือศีลกินเจ เวียนมาถึงอีกครั้งซึ่งเทศกาล  นี้ จะมีด้วยกันสองครั้ง เนื่องการกินเจจะเริ่มกันในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 9 (ตามปฏิทินจีนของทุกปี) แต่ในปีนี้จากตามปฏิทินจีนในปีนี้มีเดือน 9 ด้วยกัน 2 ครั้ง จึงทำให้มีการจัดเทศกาลกินเจ 2 รอบ คือ
ครั้งที่ 1 ตรงกับวันที่ 24 กันยายน-2 ตุลาคม 2557
ครั้งที่ 2 ตรงกับวันที่ 24 ตุลาคม-1 พฤศจิกายน 2557



ก่อนอื่นเรามาทราบกันก่อนว่า "การกินเจ" ทำเพื่ออะไร?
การกินเจ ตามหลักทั่วไปแล้วจะยิดถือกันเป็นระยะเวลา 9 วัน ซึ่งบางคนอาจจะปฏิบัติเพียง 3 หรือ 5 วัน ตามความสะดวกของแต่ละคน ซึ่งจุดประสงค์จริงๆ ของการกินเจนั้น มีด้วยกัน 3 ข้อหลัก คือ
1. กินเพื่อสุขภาพ อาหารเจเป็นอาหารประเภทชีวจิต เมื่อกินติดต่อกันไปช่วงเวลาหนึ่งจะทำให้ร่างกายเกิดการปรับตัวให้อยู่ในสภาวะสมดุล สามารถขับพิษของเสียต่างๆ ออกจากร่างกายได้ ปรับระบบไหลเวียนโลหิต ระบบทางเดินอาหารให้มีเสถียรภาพ
2. กินด้วยจิตเมตตา เนื่องจากอาหารที่เรากินอยู่ในชีวิตประจำวัน ประกอบด้วยเลือดเนื้อของสรรพสัตว์ ผู้มีจิตเมตตา มีคุณธรรมและมีจิตสำนึกอันดีงามย่อมไม่อาจกินเลือดเนื้อของสัตว์เหล่านั้นซึ่งมีเลือดเนื้อ จิตใจและที่สำคัญมีความรักตัวกลัวตายเช่นเดียวกับคนเรา
3. กินเพื่อเว้นกรรม ผู้ที่เข้าใจอย่างลึกซึ้งย่อมตระหนักว่าการกินซึ่งอาศัยการฆ่าเพื่อเอาเลือดเนื้อผู้อื่นมาเป็นของเราเป็นการสร้างกรรม แม้ว่าจะไม่ได้เป็นผู้ลงมือฆ่าเองก็ตาม การซื้อจากผู้อื่นก็เหมือนกับการจ้างฆ่าเพราะถ้าไม่มีคนกินก็ไม่มีคนฆ่ามาขาย



เมื่อเราทราบจุดประสงค์หลักทั้ง 3 ข้อ ของการกินเจกันไปแล้ว เราควรที่จะต้องมารู้ถึงการปฏิบัติตัวว่า คนที่จะถือศีลกินเจ ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร ซึ่งทุกคนที่กินเจต่างเคารพกฎระเบียบนี้อย่างเคร่งครัด มีดังต่อไปนี้ 
1. รับประทาน "อาหารเจ"
2. งดอาหารรสจัด ซึ่งหมายถึงอาหารเผ็ด หวานมาก เปรี้ยวมาก เค็มมาก
3. รักษาศีลห้า
4. รักษาจิตใจให้บริสุทธิ์ รักษาอารมณ์
5. ทำบุญทำทาน
6. นุ่งขาวห่มขาว
แต่สำหรับบางท่านที่เคร่งครัดมากๆ จะเลือกรับประทานอาหารจากโดยที่คนทำจะต้องถือศีลกินเจด้วย และจะใช้จานชามภาชนะเครื่องครัวที่ไม่ปะปนกับของคนอื่น เพื่อแสดงถึงความบริสุทธิ์ที่เชื่อว่าจะส่งผลให้เกิดเป็นบุญกุศลยิ่งใหญ่


"ข้อห้ามของการกินเจ!" ซึ่งถ้าใครที่เพิ่งจะเริ่มกินเจเป็นครั้งแรกควรจะต้องศึกษาเอาไว้เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติ โดยข้อห้ามมีดังนี้
1. ห้ามกินผักฉุนหรือผักที่มีกลิ่นแรง ได้แก่ กระเทียม หัวหอม (ต้นหอม, ใบหอม หลักเกียว กุ้ยช่าย ใบยาสูบ (บุหรี่,ยาเส้น,ของเสพติดมึนเมา) นั้นหมายถึงว่าต้องงสูบบุหรี่และกินเหล้าในช่วงที่ถือศีล กินเจนี้ด้วย
2. ห้ามกินเนื้อสัตว์ หรืออาหารที่มีส่วนผสม ส่วนประกอบจากนั้น หรือเป็นส่วนใด ส่วนหนึ่งจากสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นไขมันสัตว์ ไข่ เลือด
3. ห้ามกินอาหารรสจัด
4. ห้ามกินอาหารที่คนปรุงไม่ได้ถือศีลกินเจ
5. ถ้วยชามจะต้องไม่ปนกัน
6. ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
7. แต่งกายด้วยชุดขาว
8. ห้ามพูดคำหยาบ โกหก ส่อเสียด หรือพูดจาเพ้อเจ้อ
9. ห้ามดื่มสุราและของมึนเมา ตลอดช่วงเวลา 9 วัน
10. ห้ามดับตะเกียงทั้ง 9 ดวง ในสถานที่อย่างศาลเจ้า โรงเจ โรงทาน หรือสถานที่อื่นที่จัดงานถือศีลกินเจ จะมีการจุดตะเกียง 9ดวงเอาไว้ตลอดวันตลอดคืน จึงต้องมีคนเฝ้าไม่ให้ตะเกียงนั้นดับ
ทั้งหมอนี้เป็นข้อห้ามและข้อปฏบัติที่เรามีมาฝากกัน หวังว่าทุกคนจะได้อิ่มบุญ อิ่มใจ กับเทศกาลกินเจ 2557ในครั้งนี้กันทุกคนค่ะ...



ที่มา http://horoscope.sanook.com/70961/ข้อห้ามและการปฏิบัติตัวในการกินเจ/

แบบฝึกหัดบทที่ 4


แบบฝึกหัดบทที่ 4

บทที่ 4 เทคโนโลยีสารสนเทศ
 รหัสวิชา 0026008

กลุ่มเรียนที่ 2 

ชื่อ นางสาวรัตนาพร  รัตนวงศ์   รหัส 57010110536
คณะ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์  สาขาวิชา ภาษาจีน (Chin)


คำชี้แจง  จงตอบคำถามต่อไปนี้

1         1. ให้นิสิตยกตัวอย่างอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศตามหัวข้อต่อไปนี้ อย่างน้อยหัวข้อละ 3 ชนิด แล้วแลกเปลี่ยนกันตรวจสอบกับเพื่อน

1)      การบันทึกและจัดเก็บข้อมูล   เช่น Flopppy Disk , Blu-ray Disc , DVD
2)      การแสดงผล เช่น  จอมอนิเตอร์ , เครื่องฉายโปรเจ็คเตอร์ , เครื่องพิมพ    
3)      การประมวลผล     เช่น CPU , RAM , Software                        
4)      การสื่อสารและเครือข่าย  เช่น  Internet , TV, Radio


2.       ให้นิสิตนำตัวเลขในช่องขวา มาเติมหน้าข้อความในช่องซ้ายที่มีความที่สัมพันธ์กัน


…8… ซอฟต์แวร์ประยุกต์
…3… Information Technology
…1… คอมพิวเตอร์ในยุคประมวลผลข้อมูล
…6…เทคโนโลยีสารสนเทศ ประกอบด้วย
…10…ช่วยเพิ่มผลผลิต เพิ่มต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
…7… ซอฟต์แวร์ระบบ
…9… การนำเสนอบทเรียนในรูปมัลติมีเดีย ที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ตามระดับความ        สามารถ
…5… EDI
…4… การสื่อสารโทรคมนาคม

…2…บริการชำระภาษีออนไลน์



วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2557

บทความที่ 1


กลุ่มเรียนที่ 2 

วิชา การจัดการสาระสนเทศในชีวิตประจำวัน รหัสวิชา 0026008

ชื่อ นางสาวรัตนาพร  รัตนวงศ์ รหัส 57010110536


 การบริโภคในชีวิตประจำวัน


โภชนบัญญัติ 9 ประการ 

   ในการบริโภคอาหารเพื่อการมีสุขภาพที่ดี นอกจากจะรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่แล้ว ยังมีแนวทางในการปฏิบัติตนเพื่อให้มีสุขภาพที่ดีและเรียกข้อแนะนำนี้ว่า " โภชนบัญญัติ 9 ประการ "
โภชนบัญญัติ 9 ประการ หรือข้อปฏิบัติการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย จัดทำโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องกับด้านอาหารและโภชนาการหลายสถาบัน ได้แก่ กองโภชนาการกระทรวงสาธารณสุข สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆร่วมกันจัดทำขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ.2540 ในการจัดทำโภชนบัญญัติ 9 ประการ ผู้จัดทำคำนึงถึงอาหารที่คนไทยกินเป็นประจำ พฤติกรรม และวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนข้อมูลด้านปัญหาภาวะโภชนาการและสาธารณสุข จึงได้ข้อปฏิบัติตามรายละเอียด ดังนี้ 
  1. กินอาหารครบ 5 หมู่ แต่ละหมู่ให้หลากหลายและหมั่นดูแลน้ำหนักตัว 
  2. กินข้าวเป็นอาหารหลัก สลับกับอาหารประเภทแป้งเป็นบางมื้อ 
  3. กินพืชผักให้มากและกินผลไม้เป็นประจำ 
  4. กินปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ และเมล็ดถั่วแห้งเป็นประจำ 
  5. ดื่มนมให้เหมาะสมตามวัย
  6. กินอาหารที่มีไขมันแต่พอควร
  7. หลีกเลี่ยงการกินอาหารรสหวานและเค็มจัด
  8. กินอาหารที่ปราศจากการปนเปื้อน
  9. งดและลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์                                                        
    นอกจากโภชนบัญญัติ 9 ประการแล้วกองโภชนาการได้จัดทำธงโภชนาการเพื่อเป็นคู่มือในการบริโภคอาหารตามโภชนบัญญัติ 9 ประการ ดังนั้นจึงควรศึกษาเรื่องรายละเอียดเกี่ยวกับธงโภชนาการเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน


ภาพประกอบ : ธงโภชนาการ 

ธงโภชนาการ 
   
     ธงโภชนาการเป็นคำแนะนำกว้างๆว่าในแต่ละวันคุณควรจะทานอะไรเท่าไหร่ถึงจะไม่มากไปไม่น้อยไป เพื่อสุขภาพที่ดี ธงโภชนาการแบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม ไล่จากมากไปน้อย คือ 

  1. หมวดข้าว  กลุ่มนี้ให้คาร์โบไฮเดรตเป็นหลัก เป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญที่สุด ข้าวหนึ่งส่วน คือข้าว 1 ทัพพี ให้พลังงานเท่ากับ ขนมปัง1แผ่น ก๋วยเตี๋ยว1ชาม บะหมี่ 1ก้อน
  2. หมวดผัก กลุ่มนี้สำคัญที่ไฟเบอร์ วิตามินและเกลือแร่ 
  3. หมวดผลไม้ กลุ่มนี้ให้วิตามินและเกลือแร่ ไฟเบอร์ แต่น้อยกว่าหมวดผักแถมยังมีน้ำตาลที่ให้พลังงานได้เร็ว
  4. หมวดเนื้อสัตว์ กลุ่มนี้ให้โปรตีนกับไขมัน 
  5. หมวดนม นมหนึ่งส่วนคือ 250มล. หรือหนึ่งกล่อง วันหนึ่งดื่มแค่ 1 ส่วนก็เพียงพอ
  6. หมวดที่ต้องกินน้อย ๆ คือ น้ำมัน เกลือ น้ำตาล ให้กินน้อยที่สุด 


แหล่งอ้างอิง เอกสารประกอบการสอน วิชา การบริโภคในชีวิตประจำวัน รหัส 0025001













   

แบบฝึกหัดบทที่ 3

แบบฝึกหัดบทที่ 3 

บทที่ 3 การรู้สารสนเทศ 
รายวิชา การจัดการสาระสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน
 รหัสวิชา 0026008

กลุ่มเรียนที่ 2 

ชื่อ นางสาวรัตนาพร  รัตนวงศ์   รหัส 57010110536
คณะ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์  สาขาวิชา ภาษาจีน (Chin)


        คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุด

1. ข้อใดเป็นความหมายที่ถูกต้องที่สุดของการรู้สารสนเทศ

ก. ความสามารถในการกลั่นกลอง และประเมินค่าสารสนเทศที่หามาได้
ข. ความสามารถในการตัดสินใจใช้สารสนเทศรูปแบบต่างๆ
ค. ความสามารถของบุคคลในการสืบค้นและพัฒนาสารสนเทศ
ง. ความสามารถของบุคคลในการเข้าถึง ประเมิน และใช้งานสารสนเทศ                                 
2. จากกระบวนการของการรู้สารสนเทศ ทั้ง 5 ประการ ประการไหนสำคัญที่สุด

ก. ความสามารถในการตระหนักว่าเมื่อใดจึงจะต้องการสารสนเทศ
ข. ความสามารถในการค้นหาสารสนเทศ
ค. ความสามารถในการประมวลผลสารสนเทศ

ง. ความสามารถในการใช้และการสื่อสารสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

3. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของผู้รู้สารสนเทศ

ก. สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
ข. สามารถใช้สารสนเทศในการดำเนินชีวิต
ค. ชอบใช้คอมพิวเตอร์ในการเล่นเกม
ง. ใช้คอมพิวเตอร์ในการแสวงหาสารสนเทศได้

4.ข้อใดไม่ใช่ความสำคัญของการรู้สารสนเทศ

ก.  โลกมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก โดยเน้นวัตถุนิยมมากขึ้น
ข.  ช่วยให้บุคคลประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิต
ค.  สารสนเทศมีการเพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็ว จนยากที่จะเข้าถึง
ง.   ช่วยบุคคลเป็นผู้ที่มีศักยภาพในการเรียนรู้ตลอดชีวิต

5. ข้อใดเป็นการเรียงลำดับขั้นตอนของกระบวนการเรียนรู้สารสนเทศที่ถูกต้อง

1. ความสามารถในการประมวลสารสนเทศ
2. ความสามารถในการประเมินสารสนเทศ
3. ความสามารถในการใช้และการสื่อสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
4. ความสามารถในการค้นหาสารสนเทศ
5. ความสามารถในการตระหนักว่าเมื่อใดจึงจะต้องการสารสนเทศ

 ก. 1-2-3-4-5                 ข. 2-4-5-3-1              ค. 5-4-1-2-3              ง. 4-3-5-1-2